อันนี้ดี เซฟกันไว้นะครับ
Anthropic ประกาศพาร์ตเนอร์ชิปกับ Gates Foundation มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมทั้ง grant funding, เครดิตการใช้งาน Claude และ technical support ตลอด 4 ปีข้างหน้า โดยโฟกัสไปที่งานที่ตลาดเชิงพาณิชย์อาจยังเข้าไปไม่ถึง แต่มีผลกระทบสูงต่อสังคม
เงินและทรัพยากรชุดนี้จะถูกนำไปใช้กับโปรแกรมด้าน global health, life sciences, education, agriculture และ economic mobility ทั้งในสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลก
ประเด็นที่น่าสนใจคือ Anthropic ไม่ได้มอง Claude แค่เป็น chatbot แต่กำลังวางบทบาทให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงานสาธารณประโยชน์ เช่น งานด้านข้อมูลสุขภาพ การตัดสินใจของหน่วยงานรัฐ การจัดการบุคลากรทางการแพทย์ ซัพพลายเชน การตรวจจับการระบาด และการสนับสนุนคนทำงานด่านหน้า
Anthropic ระบุว่านักวิทยาศาสตร์ใช้ Claude อยู่แล้วในการหา pattern จาก systematic reviews และ dataset ขนาดใหญ่ รวมถึงคัดกรอง candidate สำหรับยาและวัคซีน พาร์ตเนอร์ชิปนี้จะขยายงานไปยังโรคที่มีภาระสูงแต่ได้รับความสนใจน้อย เช่น polio, HPV และ eclampsia/preeclampsia
นอกจากนี้ Anthropic จะทำงานร่วมกับ Institute for Disease Modeling ของ Gates Foundation เพื่อทำให้ forecast สำหรับโรคอย่าง malaria และ tuberculosis เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับคนที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน modeling
Claude จะถูกใช้ช่วยสร้างเครื่องมือ tutoring สำหรับนักเรียน K-12 ในสหรัฐฯ และแอปด้าน literacy/numeracy สำหรับ sub-Saharan Africa และ India รวมถึงทำ benchmark, dataset และ knowledge graph สำหรับวัดคุณภาพ AI ด้านการศึกษา
อีกแกนคือการช่วยเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นฐานรายได้ของคนเกือบ 2 พันล้านคนทั่วโลก โดยจะทำ AI ที่เข้าใจบริบทด้านการเกษตรมากขึ้น
ภาพใหญ่ของข่าวนี้คือ AI lab เริ่มขยับจากการแข่งขันโมเดลล้วนๆ ไปสู่การ deploy AI ในภาคสังคมจริงมากขึ้น และ Anthropic กำลังเลือก positioning ว่า Claude จะเป็นเครื่องมือสำหรับงาน mission-driven, public goods และองค์กรไม่แสวงกำไร ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ productivity สำหรับบริษัทเท่านั้น
ถ้าทำได้ดี นี่อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุข การศึกษา และความเหลื่อมล้ำในระดับโลก แต่ก็ต้องติดตามต่อว่าโครงการจริงจะวัดผลอย่างไร ปลอดภัยแค่ไหน และคนหน้างานจะได้ประโยชน์จริงหรือไม่
